[แปล] Kodaline – Talk

Preface:
“ทำใจได้แล้ว”
จบเลย แค่นี้แหละความหมายทั้งหมดของเพลง งงงง
เพลงเพราะอีกละ เบื่อละนะ 555

I can remember the good old days
ฉันจำช่วงเวลาดีๆที่ผ่านมาได้ทั้งหมดนั่นล่ะ

When you and me used to hide away
ตอนที่เธอกับฉันเคยหลบออกไปด้วยกัน

Where the stars were shining or the sun was blinding our eyes
ไปที่ที่มีดาวส่องแสงหรือที่แสงแดดส่องแยงตา

Yeah you filled up my glass
ใช่แล้วล่ะ เธอเติมเต็มให้แก่ฉัน

With promises that could never last
ด้วยคำสัญญาที่ไม่เป็นนิรันดร์

But I still find pieces of you in the back of my mind
แต่ฉันก็ยังคงมีเรื่องของเธออยู่ในสมอง

And all of the things that we once said
และทุกอย่างที่เราเคยพูดมันออกมา

Are not in my heart, they’re in my head
ทุกอย่างไม่ได้อยู่ในใจของฉันแล้ว สิ่งเหล่านั้นแค่ติดอยู่ในหัวแค่นั้นเอง

That was the time to say goodbye
ถึงเวลาที่ต้องบอกลาแล้วล่ะ

Let’s put it to rest yeah, let it die
พักทุกอย่างไว้ ทิ้งให้(เรื่องระหว่างเรา)ตายไปได้แล้วล่ะ

‘Cause we don’t, we don’t need to talk about this now
เพราะเราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วล่ะนะ

Yeah we’ve been down that road before
เพราะเราได้เคลียร์กันไปหมดทุกเรื่องแล้ว

That was then and this is now
นั่นเป็นเรื่องของวันนั้น แต่ตอนนี้มันอีกเรื่องนึง

The crowds in my heart they’ve been calling out your name
ความสับสนในใจของฉันมันเคยเรียกร้องหาชื่อของเธออยู่

Now it just don’t feel the same
แค่ว่าตอนนี้ความรู้สึกของฉันไม่เหมือนเดิมอีกแล้วล่ะ

Guess it’s over, yeah we’re done
เดาว่าทุกอย่างคงจบแล้วล่ะ ใช่แล้วล่ะ เรื่องของเราจบสมบูรณ์แล้ว

I heard you made your way downtown
ฉันได้ยินมาว่าเธอใช้ชีวิตอยู่ในเมือง

To the place that we’ve been hanging around
ที่ที่เราเคยไปด้วยกันมาก่อน

I was looking for your face in the crowd
ฉันเคยมองหาเธอในกลุ่มผู้คน

But trying to keep my head down
แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามก้มหน้าลงเพื่อไม่มองหาเธอ

Over time our wires crossed
เวลาผ่านไปชีวิตของเราสวนทางกัน

Well you changed and truth got lost
เธอก็เปลี่ยนไปแล้วและความจริงก็เปลี่ยนเช่นกัน

All the things I would change if we could only rewind
ฉันอยากกลับไปเปลี่ยนทุกอย่างนั่นแหละถ้าย้อนกลับไปได้น่ะนะ

You were a moment in life that comes and goes
เธอเป็นช่วงเวลานึงในชีวิตฉัน ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

A riddle, a rhyme that no one knows
เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก เป็นบทกวีที่ไม่มีใครเข้าใจ

A change of a heart, a twist of fate
หัวใจที่เปลี่ยนไปและโชคชะตาที่ไม่แน่นอน

Couldn’t fix it, it’s too late
ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย ทุกอย่างมันสายไปหมดแล้ว

‘Cause we don’t, we don’t need to talk about this now
เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันแล้วล่ะ

Yeah we’ve been down that road before
เพราะเราได้พูดคุยกันไปจนหมดแล้ว

That was then and this is now
ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้นและตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้

The crowds in my heart they’ve been calling out your name
ความสับสนในใจฉันเคยเรียกร้องหาชื่อเธอ

But it just don’t feel the same
แต่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว

I guess it’s over, yeah we’re done
เดาว่าทุกอย่างคงจบแล้วล่ะ

Whoa, oh oh oh
We don’t, we don’t need to talk about this now
We don’t, we don’t need to talk about this now
We don’t, we don’t need to talk about this now
We don’t, we don’t need to talk about this now
เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วล่ะ

Songwriters: Mark Daniel Prendergast / Stephen Joseph Garrigan / Vincent Thomas May
Talk lyrics © Kobalt Music Publishing Ltd.

Advertisements

[แปล] Kodaline – Big Bad World

Preface

เพลงดีอีกแล้ว แปลไม่ยากไม่ง่าย

แต่ความหมายดีมากๆ

ชอบๆ

เริ่ม!

Maybe I’m wrong
บางทีฉันก็ทำเรื่องผิดพลาด
Or maybe I’m right
หรือบางทีฉันก็ทำเรื่องที่ถูกต้อ
Maybe it’s just too late but this is keeping me awake all night.
บางทีเรื่องมันก็สายเกินแก้ไปแล้ว แต่มันก็ยังทำให้ฉันคิดมากจนนอนไม่หลับอยู่ดี
Maybe say yes or maybe say no
บางทีก็ตอบตกลง หรือบางทีก็ตอบปฏิเสธไป
Maybe I’m just too shy to admit that it is time to go.
บางทีชั้นแค่ขี้อายเกินไปที่จะยอมรับว่ามันถึงเวลาต้องไปแล้ว
We go out on our own
เราออกไปข้างนอก ไปเผชิญมันด้วยตัวของพวกเราเอง
It’s a big bad world outside
ข้างนอกนั่นเป็นโลกใบใหญ่ที่มีแต่เรื่องร้ายๆ
Carrying our dreams and all that they mean
เราพกพาความฝันและทุกอย่างที่ตั้งใจไปด้วย
Trying to make it all worthwhile.
พยายามทำความฝันให้คุ้มค่ากับที่ทุ่มเทลงไป
Maybe believe
บางทีก็มีความเชื่อไว้ยึดมั่น
Or maybe don’t care
หรือบางทีก็ไม่ได้สนใจความเชื่ออะไรทั้งนั้น
Shit, maybe there is no god in the big white clouds up there
ให้ตายเถอะ บางทีอาจจะไม่มีพระเจ้าอยู่ข้างบนเมฆสีขาวก้อนใหญ่นั่นเลยก็ได้
Maybe live long
บางทีก็อยากมีชีวิตอยู่นานๆ
Or maybe die young
หรือบางทีก็อยากใช้ชีวิตแบบไม่กลัวตาย
Or maybe live every day like it’s your last day under the sun.
หรือบางทีการใช้ชีวิตให้ทุกวันเป็นเหมือนวันสุดท้ายภายใต้ดวงอาทิตย์ดวงนี้ก็ดีเหมือนกัน
We go out on our own
พวกเราออกมาเผชิญโลกภายนอกด้วยตัวเอง
It’s a big bad world outside
ข้างนอกนี่เป็นโลกใบใหญ่ที่มีแต่เรื่องร้ายๆ
Carrying our dreams and all that they mean
เราพกพาความฝันและทุกอย่างที่ตั้งใจออกมาด้วย
Trying to make it all worthwhile
พยายามทำความฝันให้คุ้มค่ากับที่ทุ่มเทลงไป

 

We go out on our own
พวกเราออกมาเผชิญข้างนอกด้วยตัวเอง
It’s a big bad world outside
ข้างนอกเป็นโลกใบใหญ่ที่มีแต่เรื่องร้ายๆ
Carrying our dreams and all that they mean
เราพกพาความฝันและสิ่งที่ตั้งใจออกมาด้วย
Try to make it all feel right
พยายามทำให้ทุกอย่างมันรู้สึกถูกต้อง
Oh, yeah oh, oh, oh
We go out on our own
It’s a big bad world outside
Carrying our dreams and all that they mean
Trying to make it all worthwhile
We go out on our own
It’s a big bad world outside
Carrying our dreams and all that they mean
Trying to make it all worthwhile
Oh, oh, oh
พวกเราออกมาเผชิญโลกที่เลวร้าย
พร้อมกับพกพาความฝันของพวกเราออกมาด้วย
พยายามทำความฝันเหล่านั้นให้คุ้มค่ากับที่ทุ่มเทลงไป

Songwriters: Mark Prendergast / Stephen Garrigan / Vincent May

Big Bad World lyrics © Kobalt Music Publishing Ltd.